`Umbrella´ View my profile

Ikki's Birth Day (Season II) [45%]

posted on 17 Nov 2012 22:18 by inzaigarz in FictionSS directory Fiction

Saint Seiya : Original & The Lost Canvas

After War : Ikki's Birth Day (Season II)

Paring : Kagaho x ?? , Ikki x Mimir

Story by : `Umbrella´

 

 

 

 

 

วันที่ 15 เดือนสิงหาคม

วันเกิดของฉัน...ผ่านมาอีกปีแล้ว และเช่นเคย... ฉันฉลองกับแค่น้องชายเท่านั้น...

และปีนี้แปลกไปกว่าทุกปี...

เพราะว่าชุนติดสอบทั้งวันที่โรงเรียนมูลนิธิแกรนด์...

มากับฉันไม่ได้...

และฉันก็...

“Fuuuuuuuuuuuu---” ฉันรีบยกมือปิดหูตัวเองและมองคนที่โวยวาย นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับฉัน...ร่างสูงโปร่งใส่เสื้อผ้าซ้อนหนาหลายชั้นกางเกงยีนลีวายส์สีดำ รองเท้าผ้าใบสีแดงเข้ม สวมหมวกไหมพรมสีดำเอาผมปิดหน้าปิดตา ใส่สร้อยข้อมือสีเงินวาววับดูมีราคา เจ้าตัวจงใจปกปิดใบหน้าที่เหมือนฉันยังกับแกะนั่นไว้ภายใต้เส้นผมดำขลับของตัวเอง

ตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่ในร้านสเต็กชื่อดังกลางกรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา นอกจากพวกเราจะถูกใครบางคนหลอกให้มาเที่ยวที่อเมริกานี่แล้ว...เรายังต้องมาแบบสองต่อสองซึ่งเป็นบรรยากาศที่น่าสยองมากสำหรับฉันและไอ้บ้าที่กำลังสติแตก(เพราะเรื่องอะไรฉันก็ไม่ทราบ ยังไม่งัดออกมาพูดเลยตั้งแต่มาถึงนี่)

เรามาถึงที่นี่ตั้งแต่บ่ายแล้ว เพราะโดนหลอกว่าให้ทำภารกิจที่ซาโอริสั่งมา ส่วนไอ้หัวดำใส่หมวกไหมพรมสสีดำนี่ก็โดนยัยแพนด้าหลอกให้มาตามหาราดาแมนทีสอีกคนที่ไม่ใช่สามีเจ้าคาน่อนที่อังกฤษ แต่ยัยแพนด้าจองตั๋วผิดเลยได้มาลงที่อเมริกา (ได้ยินว่าฮาเดสรู้สึกรำคาญที่แพนด้าเอาแต่เกาะแกะไอ้โฮะ จนไอ้โฮะมันหงุดหงิดไล่เผาปราสาทที่เยอรมันของยัยแพนด้า ฮาเดสก็เลยปลุกราดาแมนทีสรุ่นลอสแคนวาสมาให้ยัยแพนด้า แต่ดันไปคืนชีพให้อีท่าไหนไม่ทราบ ถึงได้มาคืนชีพที่กรุงลอนดอน อังกฤษ และก็บังเอิญอีกที่ยัยแพนด้ามันจองตั๋วให้ไอ้โฮะผิด เลยได้มาลงที่วอชิงตันดีซีแทนที่จะเป็นลอนดอน) ราดาแมนทีสคนนี้มีชื่อว่าราฟาเอล (ฮาเดสตั้งให้ใหม่ จะได้ไม่ซ้ำกันไง) พอเห็นรูป...ยัยแพนด้าก็กรี๊ดกร๊าดใหญ่ เพราะหน้าหล่อมาก คิ้วบางกว่าอีกคนอยู่นิดหน่อย หล่อขึ้นจม... (ยัยแพนด้าโทรมาเล่าให้ฟัง ซึ่งฉันก็ไม่ยินดีเท่าไหร่ที่จะต้องฟัง)

เงียบซะ...” ฉันเอ่ยปรามเบาๆ

“Damnnnnnnnnnnnn--------!!!!!!!!” มันก็ยังคงร้องต่อไปแบบไม่สนใจคนรอบข้าง เห็นแล้วอยากจะเขกกบาลคนที่สวมหมวกไหมพรมสีดำที่นั่งอยู่ตรงข้ามจริงๆ

แกจะ...” ฉันยังพูดไม่ทันจบ...มันก็ร้องต่อ...

“Shittttttt!!!!!!!!!!!” ไอ้หัวดำนี่ก็ยังคงร้องโวยวายครวญครางเหมือนหมาสุดที่รักที่บ้านมันตายด้วยโรคเก๊าต์ ตูล่ะรำคาญที่สุดในไส้กลางกาแลกซี่ (อะไรวะ ไส้กลางกาแลกซี่?)

พอได้แล้วเว้ย!!!” ฉันร้องสวนออกไป

แกเข้าใจมั้ยวะ?!!!!!!” ไอ้เวรนี่ร้องตะคอกใส่

ไม่เข้าใจเลยว่ะ!!!” ฉันตะคอกกลับไป

ยังไม่ได้บอกเลยเว้ย!!!!” แล้วมันก็โวยวายกลับมา

แกก็บอกมาซะทีสิวะ!!!!!” ฉันกระแทกมีดปักกลางโต๊ะ

ฉึก!!!

เออ ก็ได้ ก็แบบว่า...ตอนที่รู้ว่าอาโรนได้ไป...ความรู้สึกมันแบบ...What the heck!? ทำไมอาโรนต้องไปด้วยฟะ?!!!” ไอ้คนตรงหน้านี่ก็ยังมาบ่นกับฉันต่อ แต่ไอ้ที่มันพ่นๆออกมาเนี่ย...ยังไม่ได้เล่าให้ตูฟังเลยสักกะตึ๋ง แล้วตูจะไปรู้กับมันมั้ยวะ?

เออ ตูว่าละ เรื่องน้องชายไม่แท้ของแกอีกตามเคย ว่าแต่น้องชายแกไปไหนวะ?” ฉันเข้าสู่คำถามอย่างมีสาระทันทีที่มันเริ่มสงบปากเพราะสเต็กถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว สงสัยจะโมโหหิวล่ะสิท่า...

ฮึ้ย!!! เซ็งเป็ดที่สุดเลยว่ะ!!!” ไอ้หัวดำหงุดหงิดโมโหหยิบเอามีดสับๆสเต็ก สีหน้าโรคจิตเหมือนกำลังฆ่าหั่นศพเป็ดเอาเครื่องในไปกินเหมือนซีอุยกินตับเด็ก

ฉันสิต้องเซ็ง เพราะมันได้ลั้นลาสบายใจอยู่กับน้องชายฉันเนี่ย!!!” ฉันขมวดคิ้วกอดอกมองสเต็กหมูในจานอย่างเบื่อหน่าย

คนละเป็ดเว้ยยยยย!!!! ไอ้หอกหัก!!!” ไอ้ไก่ดำทมิฬจิ้มชิ้นเนื้อขึ้นมายัดใส่ปากอย่างหิวกระหาย นั่นทำให้ฉันก้ต้องเริ่มหั่นสเต็กกินบ้างด้วยความหิว

สรุปแล้วอาโรนไปไหน?” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น

อิตาลี” มันตอบกลับมาสั้นๆ

หะ?” และคำตอบนั้นทำให้ฉันหันกลับมาจ้องตาไม่กระพริบทันที “ไปทำไมวะ?”

ไปทัวร์ของโรงเรียนศิลปะน่ะ อาโรนแข่งขันวาดรูปได้รางวัลชนะเลิศ ได้ไปทัวร์ฟรีพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน” ไอ้ไก่นรกตอบเสียงเขียว คิ้วเข้มภายใต้เส้นผมสีดำขลับขมวดเข้าเป็นปม

อย่าบอกนะว่าเท็นมะได้ไปด้วย?” ฉันเดาเสียงเรียบ

เออเดะ”

สม...”

ชิ...เพราะว่าช่วงนั้นฉันบอกอาโรนว่าไม่ว่างหรอกนะ ท่านฮาเดสแกล้งหลอกใช้ให้ข้าไปซื้อไอโฟนห้า สุดท้ายแล้ววันนั้นท่านฮาเดสก็ไปซื้อเอง” ไก่นรกว่าพลางคว้าเอาแก้วน้ำโค้กมาดูดหนักๆสักที

แล้ว?”

พอกลับมาก็โดนยัยแพนโดร่าใช้ให้ไปตามตัวใครนี่แหละ อาโรนก็ขอร้องว่าให้ช่วย ชิ...” ถ้าให้เดา...มันคงฟังไม่จบตอนที่อาโรนขอร้อง แล้วก็รีบให้ยัยแพนด้าจัดหาตั๋วให้สินะ

แกก็เลยเร่งยัยแพนด้าสินะ? สม...” ฉันแค่นยิ้มก่อนจะหั่นสเต็กกินอีก

เฮอะ!!! ช่างเหอะวะ ไหนๆก็ได้มาแล้ว ขอไปเที่ยวหน่อยก็แล้วกัน” ว่าแล้วมันก็ส่งสเต็กมาอีก ฉันก็ได้แต่นั่งกอดอกมองมันสวาปามไปอย่างเงียบๆ

งั้นช่วงนี้จะเล่าให้ฟังก็ได้ว่าฉันไปเจอไอ้หมอนี่ได้ที่ไหน

ฉันไปเจอมันครั้งแรกที่มาที่นี่ ก็ตอนที่กำลังจะเดินไปนั่งที่บนเครื่องบิน

ใช่...สองที่นั่งฝั่งขวาติดหน้าต่างแถวกลาง

ฉันได้นั่งกับไก่ดำทมิฬจนไปลงที่วอชิงตันดีซี

โคตรจะบังเอิญ ให้ตายเถอะ โรบิน

แล้วโรงแรมที่ฉันจองไว้ก็ดันเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างบังเอิญเหมาะเจาะ เจ้าของโรงแรมก็เลยบอกให้ฉันไปพักที่โรงแรมใหม่ที่เขาจัดไว้ให้ซึ่งหรูหรากว่าโรงแรมที่ฉันจองไว้ แต่ขอโทษทีเถอะนะ ห้องข้างๆฉันน่ะ ห้องไอ้โฮะ...

เหมือนมีใครแอบอยู่เบื้องหลังเพื่อให้ฉันได้เจอกับไอ้ไก่ดำนรกนี่...

อ้อ ลืมบอกไป...

ฉันก็ถูกบอกว่าให้ไปทำภารกิจให้ซาโอริที่ลิเวอร์พูล เพราะคุณเธอบอกว่าอยากได้เสื้อสโมสรฟุตบอลเชลซี(?) น่าถีบชะมัดเลย... (ไอ้ที่อยากได้เสื้อน่ะ บอกทีหลังฉันขึ้นเครื่องมาแล้ว)

เออ ว่าแต่แกเถอะ ได้ข่าวว่าคบกับแฟนมาจะครบปีแล้วนี่” ไอ้ไก่เอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมาจากจานสเต็กจานที่สี่ กินจุชะมัด

อืม ก็วันนี้แหละ” ฉันกอดอกตอบ